ทัวร์เกาหลีที่ภูเขาสี่ฤดูกัน

March 26th, 2013

วันนี้เราไปทัวร์เกาหลีที่ ภูเขาสี่ฤดูกันค่ะ เนื่องจากความสวยงามและธรรมชาติที่เกิดสามารถเห็นได้ทั้งสี่ฤดูเลยค่ะ การเดินทางได้ โดยรถบัสจากสถานี Gangbyeon เพื่อไปที่ Dong eoul Bus Terminal ถึงสถานีรถบัสที่เรียกว่า Sokcho Intercity Bus Terminal ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ค่ะ และต่อด้วยรถ สายที่ 7 หรือ 7-11 ไม่ได้มุกนะค่ะ แต่สายนี้จริงๆ อิอิ รถจะออกทุกชั่วโมงเลยค่ะ และเวลาจากจุดนี้อีกประมาณ 30 นาทีไปถึงศอรักซานจากด้านหน้าที่ซื้อบัตรเข้า เดินเข้ามาจะผ่านร้านค้ามากมาย ขายพวกขนม ไอติม กาแฟ น้ำ และอื่นๆ ตลอดสองข้างทางและยังมีร้านของฝากที่ขายของขายที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์เกาหลีได้เลือกซื้ออีกด้วยนะค่ะ ระหว่างทางไปก้จะเห็นก๊อกน้ำที่ออกแบบให้เหมือนกับว่าก๊อกน้ำลอยได้ ทำให้เด็กๆที่เดินผ่านไปผ่านมาเข้าไปเล่น ไปถ่ายรูปกันใหญ่เลยค่ะ จริงๆ ไม่ได้ ลอยได้ นะค่ะ อิอิ แล้วถ้ามาทัวร์เกาหลีแล้วมาที่นี่แล้วผ่านมาด้านในสิ่งแรกที่จะเห็น และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวได้เลือกซื้ออีกด้วย ซึ่งระหว่างทางเมื่อตะกี้เพื่อนๆ ได้เห็นก๊อกน้ำที่ออกแบบมาให้มองเห็นว่ามันลอยได้แล้วใช่มั๊ย สัญญาลักษณ์ที่นี่คือ หมีเสี้ยวพระจันทร์ค่ะ แหม่ น่ารักมากๆค่ะ ไปทัวร์เกาหลีอย่าลืมแวะไปนะค่ะ

ไปทัวร์เกาหลีในฤดูใบ้ไม้ร่วง

February 10th, 2013

หากเพื่อนๆได้ไปทัวร์เกาหลีในฤดูใบ้ไม้ร่วงหรือประมาณเดือนตุลาคมนะค่ะ เค้าจะมีเทศกาลกิมจิที่ควางจู ซึ่งเค้าจะจัดขึ้นรอบๆ พิพิธภัณฑ์ชุมชนพื้นบ้านควางจู ระหว่างเทศกาลจะมีรถบริการรับส่งถึงสนามบินเลยค่ะ สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งค่ะ ซึ่งหากเพื่อนๆสนใจไปทัวร์เกาหลีก็จะมีกิมจิรสชาติดีที่สุดในเกาหลีเลยค่ะ เพราะว่าเป็นวัตถุดิบที่เค้าเลือกสรรคที่ดีและปรุงรสค่อนข้างจะจัดจ้านกว่าที่อื่นค่ะ แล้วยังใส่ข้าวเหนียวลงไปในการหมักกิมจิด้วยนะค่ะ ทำให้ยืดอายุในการเก็บรักษากิมจิ ได้นานกว่ากิมจิเมืองอื่นๆ เพื่อนๆที่ไปทัวร์เกาหลีสามารถดูและลงมือทำกิมจิไว้เป็นประสบการณ์ได้ด้วยนะค่ะ และเค้าจะมีการจัดนิทรรศกาลสรรพคุณของกิมจิอีกด้วยค่ะ และการแสดง กายากึม การจัดแสดงชุดฮันบกสนุกแน่นอนค่ะ และอย่าลืมซื้อกิมจิมาฝากเพื่อนๆด้วยนะค่ะ

ตรุษจีนปีนี้ สะพัด4.5หมื่นล้าน สูงสุดใน8ปี

February 5th, 2013

ตรุษจีนปีนี้สุดคึก เงินสะพัด 4.5 หมื่นล้านบาท สูงสุดรอบ 8 ปี หลังราษฎรเชื่อมั่นชีวิตความเป็นอยู่แห่จับจ่ายใช้สอย ซื้อของเซ่นไหว้ จ่ายแต๊ะเอียเพิ่ม แต่ยัง ห่วงของแพง ขณะที่โครงการรถยนต์คันแรกทำให้ผู้คนออมอดใช้สอยเพิ่มขึ้น ท่าทางการใช้จ่ายผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 56 จาก การสำรวจกลุ่มทดลอง 1,200 ตัวอย่างว่า บรรยากาศการฉลองเทศกาลตรุษจีนปีนี้จะมีความมีชีวิตชีวามาก โดยมีจำนวนเงินสะพัดจากการสัญจร การซื้อเครื่องใช้เซ่นไหว้ แต๊ะเอีย และทำบุญมากถึง 45,081 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12.1เปอร์เซ็นต์ จากปีก่อน สูงสุดในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่ปี 49 เป็นต้นมา สำหรับเหตุบวกที่เป็นเหตุให้การใช้จ่ายช่วงตรุษจีนมีชีวิตชีวามาจากประชาชนมั่นใจชีวิตความเป็นอยู่ในชาติ จึงหันมาใช้สอยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้รับ ผลดีจากนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศ รวมถึงโครงการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรของรัฐบาล ทำให้คนธรรมดามี เงินได้นำไปใช้สอยได้มากขึ้น

ที่มา:ข่าวจาก ไทยรัฐ

รถไฟสายสีแดงคืบลงนามเฟส 2 เดาแล้วเสร็จปี 59

February 1st, 2013

ร.ฟ.ท.ลงนามรถไฟสายสีแดงเฟส 2 แล้ว เดาทั้งโครงการแล้วเสร็จปี 2559 ด้านรถไฟความเร็วสูงคมนาคม เตรียมจัดทำ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ภาครัฐบาลและเอกชน โดยจะเป็นการสร้างสถานีพร้อมอาคารสถานี 6 สถานี ประกอบด้วย สถานีบางเขน ทุ่งสองห้อง หลักสี่ การเคหะ ดอนเมือง และรังสิต รวมไปถึงงานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขยายสถานีวัดเสมียนนารี และสถานีหลักหก ในอนาคต รวม 21 กิโล มูลค่าปลูกสร้างทั้ง สัญญา 2 รวม กว่า 21,235 ล้านบาท โดยงานก่อสร้างจะใช้โครงสร้างตอม่อโฮปเวลล์เดิมที่มีอยู่ประมาณ 50% เป็นพื้นฐานในงานก่อสร้าง และบางส่วนจะมีการทุบทิ้ง โดยที่ผ่านมา ร.ฟ.ท. ได้มีการจ้าง บริษัทที่ขอคำแนะนำทำการสำรวจแล้วว่าจะใช้ฐานรากของเสาเข็มต้นใดบ้าง ซึ่ง สามารถดำเนินการได้ไม่ติดสัญญาใดๆ ส่วนความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้น ทันทีมีลัทธิว่าจะเปิดให้เอกชนใน แต่ละจังหวัดตามเส้นทางรถไฟความเร็วสูง เข้าร่วมประมูลลงทุนก่อสร้างและพัฒนาสถานีรถไฟ โดยอาจจะทำงานเป็นโรงแรม หรือศูนย์การ ค้าภายในสถานี โดยแต่ละสถานีจะต้องมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองเพื่อสร้างจุดขายและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยแนวคิดดังกล่าวได้รับความเห็นเบื้องต้นจากนายกฯแล้ว และจะคำนึงทำงานให้สอดคล้องกันกรอบเวลาก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะใช้เวลาอีกราว 4 ปี

ที่มา:ข่าวจาก ไทยรัฐ

แรงงานชงลดคิดเงินเข้ากองทุนประกันสังคม

January 29th, 2013

ผ่าทางตันอุปสรรคค่าตอบแทน 300 บาท กระทรวงแรงงานเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีลดจ่ายเงินสมทบประกันสังคมช่วง 1 เดือนมกราคม -31 ธ.ค.56 มีรายงานว่าการ ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์นี้กระทรวงแรงงานเตรียมนำเรื่องนำเสนอการลดคิดเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเข้าสู่การสัมมนา โดยกระทรวงแรงงานเห็นว่าการลดเก็บเงินเข้ากองทุนประกันสังคมดังกล่าว เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าตอบแทนขั้นต่ำ 300 บาทของผู้จ้าง และผู้ประกันตน ซึ่งหากกฎเกณฑ์นี้ได้รับการตริตรอง ก็จะทำให้คนประกันตนตามมาตรา 39 ได้รับการลดอัตราเงินสมทบด้วย กล่าวคือจากเดิมที่เคยเก็บเงินอุดหนุนในอัตราเดือนละ 432 บาท เหลืออัตราเดือนละ 336 บาท สำหรับช่วงเวลาดำเนินการนั้นคิดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 56 ถึง31 เดือนธันวาคม 2556 ทันที ซึ่งในวันนี้ (29 มกราคม) กระทรวงแรงงาน จะเสนอมติร่างกฎกระทรวง กำหนดอัตราเงินอุดหนุนกองทุนประกันสังคม จากนั้นจึงจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา เพื่อดำเนินการถัดไป

ที่มา:ข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ

ชาวไทยจ๊าก!มูลค่าหมูขึ้นไม่หยุดรั้งไม่อยู่เล็งเขยื้อนอีก 10 บาทเย้ยพาณิชย์ไร้น้ำยา

January 25th, 2013

แนวโน้มมูลค่าเนื้อหมูว่า ยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้อีกไปจนถึงเทศกาลวันตรุษจีน โดยขณะนี้มูลค่าหมูเป็นหน้าฟาร์มอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 65 บาท และอาจปรับขึ้นอีก กก.ละ 5 บาท เป็น กก.ละ 70 บาท ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าขายหมูเนื้อแดงตามตลาดสดปรับขึ้นอีก 10 บาท จาก โลละ 130 บาท เป็น 140 บาท ส่วนมูลค่าเนื้อหมูที่บางMarketพุ่งไปถึง โลละ 150 บาท หากไม่ใช่เนื้อหมูสันในหรือหมูคุณภาพสูง ถือว่าเป็นการฉวยขึ้น มูลค่าเกินจริง จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค“สำหรับเหตุที่ราคาเนื้อหมูปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ จำนวนเนื้อหมูที่ออกสู่ตลาดลดน้อยลง หลังจากเกิดอุปสรรคโรคระบาดตั้งแต่ช่วงต.ค. -พ.ย.ปีก่อน ทำเอาผลผลิตเนื้อหมูต่ำกว่าความอยาก ประกอบกับใกล้ถึงเทศกาลวันตรุษจีนที่มีความอยากนำไปประกอบเครื่องเซ่นไหว้จำนวนมาก

ที่มา:ข่าวจาก ไทยรัฐ

เจิดจรัสกับแฟชั่นเด่นหน้าร้อน

January 23rd, 2013

ต้องบอกว่าหน้าร้อนในซัมเมอร์นี้ สีสันยังคงมาแรงไม่น้อยหน้าฤดูร้อนที่ผ่านมา แต่ปีนี้ดูเหมือนสีสันที่เด่นที่สุด คงต้องนำสีสดๆทั้งหลายมาผสมสีขาวลงไป หรือพูดง่ายๆก็คือ “โทนสีพาสเทล” ใสปิ๊งทั้ง หลายนั้น มาแรงแซงหน้าสีสดเด่นทั้งหลายแบบกลบสนิทความแรงของโทนสีพาสเทลในฤดูร้อนนี้ขนมาพร้อมใจกัน ราวกับว่าเหล่าดีไซน์เนอร์ระดับท๊อปในแวดวงแฟชั่นโลก เขานัดหมายกันไว้ล่วงหน้าเลยที เดียว! ด้วยเหตุว่าทั้ง Prada ,Marc Jacobs ,Jil sander และ Dolce & Gabbana ต่างก็เปิดคอลเลกชั่นด้วยเสื้อผ้าคนอ้วน เครื่องแต่ง ในโทนสีพาสเทลสุดน่ารัก เอาเป็นว่าหน้าร้อนนี้ เตรียมตัวสวมใส่ความหวานกันได้เต็มพิกัดค่ะ สาวๆ

Power Flowers เมื่อหน้าร้อนวนมาถึงอีกครั้ง นอกจากจะทำให้เรานึกถึงสายลม แสงแดด ทุ่งหญ้าเขียวขจี ทะเลไปจนถึงบรรยากาศวันหยุดพักผ่อนแล้ว ดอกไม้ที่บานสะพรั่งรับแสงแดด ก็ทำสดชื่นได้ไม่แพ้กัน เลยไม่น่าแปลกใจ เมื่อเทรนด์fashionเสื้อผ้าคนอ้วนลายพิมพ์ดอกไม้น้อยใหญ่นั้นไม่เคยหายไปไหน และกลับมาในทุกๆฤดูร้อน แต่สำหรับ Spring-Summer นี้ ลายพิมพ์ดอกไม้กลับมาอีกครั้ง ในแบบที่ยังไงๆสาวๆเราก็ อดใจไม่ควักกระเป๋าอีกไม่ได้อยู่ดี(ดีไซน์เนอร์ก็แสนฉลาด พวกเขารู้เสมอว่าทำยังไง จะดูดเงินจากกระเป๋าเราได้!) และในซีซั่นนี้ Technologyที่ร่วมสมัยอย่างลายพิมพ์ดิจิตัล ก็เข้ามามีส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ลาย ดอกไม้ทั้งหลาย ดูดูดี ตระการตา และน่าตื่นตาตื่นใจขึ้นอีกหลายเท่านัก!

มาก่อนได้ก่อน 24 มกราคมนี้ ให้แท็กซี่ตั้งเอ็นจีวีฟรี 192 คันสุดท้าย

January 23rd, 2013

นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการเปลี่ยนรถรับจ้างที่ใช้แอลพีจีเป็นเอ็นจีวีฟรีว่า กระทรวงพลังงานตกลงใจเปิดให้แท็กซี่ที่ให้ความสนใจเข้าโครงการตั้งแท็กซี่ เอ็นจีวีอีกรอบ ซึ่งถือเป็นรอบสุดท้าย เพื่อระบายถังเอ็นจีวีและชุดอุปกรณ์ที่เหลือค้างจากการดำเนินโครงการในลอตแรกที่ได้ปิดประกาศรับไปแล้วปริมาณ 192 คัน โดยจะเปิดให้แท็กซี่ที่เคยมาขึ้นทะเบียนไว้เข้ามายื่นเอกสาร แสดงความต้องการระหว่างวันที่ 24-25 มกราคมนี้

ทั้งนี้ ผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมีแท็กซี่เข้ามาตั้งเอ็นจีวีฟรีเพียง 2,937 คัน จากปริมาณที่มาขึ้นทะเบียนไว้ 4,983 คัน ต่ำกว่าจุดหมายที่ เดาไว้ว่าจะมีรถรับจ้างเข้าร่วมโครงการถึง 15,000 คัน โดยเหตุผลที่แท็กซี่ไม่สามารถเข้าโครงการได้ด้วยเหตุว่ามีสัญญาสินเชื่อเช่าซื้อรถกับสถาบันการเงิน ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนหรือปรับเปลี่ยนรถได้ ไม่งั้นจะไม่ได้รับประกันภัย ประกอบกับยังไม่มั่นใจการให้บริการปั๊มเอ็นจีวีที่ ยังล่าช้า รอคิวนาน และก๊าซหมดเร็ว โครงการแท็กซี่เอ็นจีวีใช้เวลาปฏิบัติการนานตั้งแต่ปี 52 จัดว่าใช้เวลานานเกินไป เพราะมีปัญหาช่วง 1-2 ปีแรก เรื่องการเปิดประมูลจัดซื้อจัดจ้างชุดอุปกรณ์และถังเอ็นจีวี ซึ่งต้องเปิดประมูลถึง 3 ครั้ง

ที่มา:ข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ

ขั้นตอนการสังเกต กระเป๋า coach ของจริง และกระเป๋า coach ของปลอม

January 22nd, 2013

กระเป๋า coachเป็นกระเป๋าสัญชาติอเมริกัน ที่ทำด้วยวัตถุที่มีมาตรฐานและมีความประณีตในการเย็บที่หาได้ยากเข็ญในMarketสมัยนี้ ด้วยรูปลักษณ์รูปแบบการตกแต่งที่โดนใจนักศึกษาหรือคนที่เริ่มเข้ารุ่นทำงาน บวกกับกระเป๋า coach นั้น จัดว่าค่าไม่ถึงกับมีราคามากมายเมื่อเปรียบเทียบกระเป๋ายี่ห้อแถวหน้าอื่นๆ อาทิ กระเป๋าที่มีsizeเท่ากัน ความจุเท่ากัน และความกว้างเท่าๆ กัน ถ้าเป็นกระเป๋า Louis ค่าจะมีราคากว่ากระเป๋า coach อยู่ถึงประมาณ 2 เท่าเลยค่ะ ด้วยค่าที่ราคาถูกเกินเอื้อม มากเกินไปนัก จึงทำเอากระเป๋า coachรวมทั้งแอ็คเซสเซอรี่ อื่นๆ ของยี่ห้อนี้ จึงได้รับความนิยมอย่างหนักทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาเองและหลายๆ ดินแดนทั่วโลก รวมถึงประเทศสยามด้วย และถือเป็น Brand ระดับแรกๆ ที่หญิงสาว ทั้งสิ้นจะรู้จัก และเลือกเฟ้นอยากจะได้มาถือสิทธิ์กันเลยล่ะค่ะยิ่งในสมัยนี้ ได้ชื่อว่ากระเป๋ายี่ห้อแล้ว นอกจากจะมีกระเป๋าแท้ แล้ว กระเป๋าของปลอม ต่างก็มีออกมาให้เห็นกันเกลื่อนMarketอีกด้วย แต่หากแม้ของปลอมจะมี ประเภทละม้ายกับของแท้มากแค่ไหน แต่ มันก็ไม่ได้แบบเดียวกัน!!

ชงคลังคงเงินรับรองข้าวนาปี

January 18th, 2013

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สศค.และกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เปิดเผยว่า สศค.ได้นำเรื่องการป้องกันข้าวนาปี และขยายความคุ้มครองข้าวนาปรังต่อ รัฐมนตรีว่าการคลัง นำเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป เพื่อให้ ครม.อนุมัติทันซี่ซั่น การเพาะปลูกเดือน พ.ค.นี้ ส่วนจะขยายความดูแลไปยังพืชพันธุ์อื่นหรือไม่นั้น ขึ้นกับนโยบายรัฐบาล สำหรับข้อความสำคัญที่ได้นำเสนอคือให้คงอัตราเบี้ยสัญญาประกันภัยข้าวของแต่ ละรอบไว้ที่อัตราเดิมคือ 120 บาทต่อไร่

ด้านนายศิลปชัย ศิริสมรรถการ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ประกันภัยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อัตราเบี้ยดังกล่าวถือว่า ยอมรับได้ เพราะกองทุนฯรับการเสี่ยงเอาไว้ 90เปอร์เซ็นต์ อีก 10% บริษัทประกันเป็นคนรับการเสี่ยง และบริษัทยังเป็นผู้รับประกันภัยเหมือนเดิม ในระหว่างที่ นายเกตโกมล ไพรทวีพงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนโยบายรัฐ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กล่าวว่า ได้วางเป้าการรับประกันภัยนาข้าวปี 2556 ไว้ที่ 258 ล้านบาท หรือ ประมาณ 2 ล้านไร่ ทั่วประเทศ และเมื่อ คณะรัฐมนตรีเห็นดีเห็นงามรับประกันภัยข้าวนาปีและข้าวนาปรังประจำปี 2556 โอกาสที่เกษตรกรจะหันไปซื้อความคุ้มครองข้าวมีเยอะขึ้นแน่ เพราะภาครัฐช่วยแบ่งเบาค่าเบี้ยที่จัดเก็บด้วยการคงอัตราเบี้ยเดิมที่ 129.47 บาทต่อไร่ โดยภาครัฐบาลจะรับภาระ 69.47 บาท ส่วนอีก 60 บาท ชาวไร่จะเป็นคนแบกภาระ ผลการรับรองนาข้าวช่วงปีที่ผ่านมา มียอดเบี้ย 112.48 ล้านบาท คิดเป็น 872,365 ไร่ หรือ 45,718 ราย โดยมียอดเคลมสินไหม 64 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6.7เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อที่ที่เข้ารับประกัน ส่วนสินเชื่อรวมในสมัยปัจจุบันมี 800,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อชาวไร่นาข้าว 147,000 ล้านบาท และสินเชื่อเกษตรข้าวโพด 19,000 ล้านบาท

ที่มา:ข่าวจาก ไทยรัฐ